จิตวิทยาของวัยรุ่น
วัยรุ่นมีแนวโน้มจะใจร้อนบุ่มบ่าม ชอบเสี่ยง ชอบเพลงสมัยใหม่ การกีฬา ชอบเรื่องตื่นเต้น หรือกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานอื่นๆ แต่บางคนก็อาจเสี่ยงภัยไปสู่เสพยา อุบัติเหตุทางรถ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และอาชญากรรมได้ง่าย มีหลักฐานว่าลักษณะพฤติกรรมชอบเรื่องตื่นเต้น, เรื่อง เสี่ยงนี้เป็นเรื่องของชีววิทยา คือ เป็นเพราะส่วนของสมองของวัยรุ่นที่ควบคุมการทำงานเกี่ยวกับการสังคมและ อารมณ์ความรู้สึก พัฒนาเร็วกว่าส่วนของสมองที่ควบคุมเรื่องเหตุผลการนึกคิดและการควบคุมตัวเอง วัยรุ่นมักจะคิดว่าตนสามารถจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ได้รับอันตราย
สมองโดยรวมของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ การรับรู้ความคิดตัดสินใจต่างๆ ยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่เท่าสมองของผู้ใหญ่ ร่างกายของวัยรุ่นต้องการนอนมากกว่าผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากร่างกายของพวกเขาและเธอจะโตเท่าๆ กับผู้ใหญ่แล้ว พ่อแม่จึงมักคาดหมายสูงว่าพวกเขาควรจะทำอะไรอย่างมีเหตุผลแบบผู้ใหญ่และชอบ ดุว่า ว่าพวกเขายังทำตัวเป็นเด็กๆ ซึ่งเป็นการคาดหมายและการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมนัก
ถึงแม้ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่จะมีสภาวะจิตใจที่มีสุขภาพดี แต่บางคนก็สามารถมีปัญหาทางจิตใจได้ วัยรุ่นอาจจะเกิดความเครียดทางอารมณ์โดยการแสดงออกด้วยการกินมากไป นอนมากไป, วิตก กังวลเรื่องรูปร่าง หน้าตามากไป บางคนอยู่ๆ ก็รู้สึกซึมเศร้า อยากปลีกตัวออกห่างจากคนอื่น บางคนสับสนว่าชีวิตมีค่าควรแค่การอยู่ต่อไปหรือไม่ ความเครียดของวัยรุ่นบางครั้งไม่อาจจะเห็นได้ชัดเจน หากพ่อแม่ไม่ช่างสังเกต ไม่ได้เอาใจใส่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ก็จะไม่ค่อยรู้ว่าลูกวัยรุ่นต้องผ่านความยุ่งยากใจอะไรบ้าง
บ้านเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการทางจิตใจของวัยรุ่น บรรยากาศบ้านและครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาจิตใจของวัยรุ่นซึ่งมี ผลไปถึงวัยผู้ใหญ่ด้วย เช่น พ่อแม่ที่ทำร้ายลูก จะทำให้ลูกชอบแกล้งเพื่อนร่วมห้องได้ตั้งแต่ตอนอายุเจ็ดขวบ และเมื่อเขาโตเป็นวัยรุ่น พฤติกรรมเขาอาจจะเลวร้ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เด็กคนนี้อาจจะเริ่มใช้ยาเสพติดหรือใช้ความรุนแรงกับเพื่อน ถ้าพ่อแม่ไม่สอนให้เด็กรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดตั้งแต่เล็ก ๆ วัยรุ่นจะขาดความรู้ที่จะแยกแยะอะไรถูกผิด และจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ ทำให้เขาตัดสินใจผิดๆ ได้
วัยรุ่นเป็นวัยที่พยายามค้นหาความต้องการที่แท้จริงของตนเอง เรียนรู้บทบาทหน้าที่และพัฒนาความสามารถเฉพาะตน เพื่อที่จะวางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต ถ้าเขาค้นหา เอกลักษณ์ (IDENTITY) ของตัว เองพบ เขาจะเข้าใจในบทบาทหน้าที่และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักความสามารถของตน รวมทั้งมีการวางแผนชีวิตที่เหมาะสม ในทางตรงกันข้าม หากวัยรุ่นเกิดความล้มเหลวในการค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตน เขาก็จะสับสนในบทบาทหน้าที่และมีผลกระทบต่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
ในการค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว วัยรุ่นยังปรารถนาที่จะเป็นเหมือนผู้ใดผู้หนึ่งในสังคม นั่นคือวัยรุ่นจะเลือกเอาลักษณะบางอย่างของผู้อื่นมาใช้เป็นลักษณะของตนเอง โดยต้นแบบมักจะได้แก่ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง และครูอาจารย์ แต่การเลียนแบบพฤติกรรมนั้นมิได้จำกัดเฉพาะพฤติกรรมที่ดี วัยรุ่นอาจรับเอาลักษณะก้าวร้าวหรือรุนแรงมาได้หากวัยรุ่นผู้นั้นประสบกับ เหตุการณ์ที่โหดร้าย หรือรุนแรงในชีวิต หรืออาจจดจำพฤติกรรมที่ไม่ดีมาจากบุคคลที่ใกล้ชิด ภาพยนตร์ ละคร หรือเกมส์ต่อสู้ต่างๆ ก็ได้
เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรู้ว่าช่วงการพัฒนาทางสมองของวัยรุ่นนั้น เป็นไปอย่างรวดเร็ว ความคิดต่างๆ ที่มีในช่วงวัยรุ่นจะส่งผลกระทบสำคัญต่อบุคคลนั้นๆ ในระยะยาว โดยเฉพาะจะส่งผลต่อบุคลิกลักษณะและนิสัยของบุคคลนั้นตลอดไป
การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้สึกอารมณ์ ลักษณะทางกายภาพ และความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น ทำให้วัยรุ่นมักเครียดและก็กลัวการเปลี่ยนแปลงนั้น ความคิดเรื่องครอบครัวของวัยรุ่นก็เปลี่ยนไป ในมุมมองเก่านั้นจะมองว่าเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่วัยรุ่นทุกคนจะชอบ ท้าทายโต้แย้งและปลีกตัวออกห่างจากพ่อแม่ แต่มุมมองใหม่มองว่าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ไปอีกขั้นหนึ่ง และถ้าพ่อแม่เข้าใจจิตวิทยาวัยรุ่นและปฏิบัติต่อลูกวัยรุ่นอย่างเหมาะสม อาจรักษาความผูกพันในครอบครัวไว้ได้ดี พ่อแม่ควรเรียนรู้และใช้จิตวิทยาทางบวก ในการสร้างแรงจูงใจแก่วัยรุ่นเพื่อให้เขาพัฒนาตัวเองมาเป็นบุคคลที่สังคมยอม รับและมีลักษณะเฉพาะ เพราะวัยรุ่นหลายคนมักจะเบื่อ ลังเล และไม่มีแรงจูงใจอยากทำอะไร
19:19 |
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น